36 สรรพคุณเห็ดหลินจือ สมุนไพรชั้นดี ควรทานอย่างไรให้ดีที่สุด

สรรพคุณเห็ดหลินจือ ยาอายุวัฒนะของคนจีน ที่ถูกยกย่องว่าเป็นยาแห่งเทพเจ้า รักษาได้ครอบจักรวาล บำรุงทุกอย่างในร่างกาย ทานได้ทุกเพศ ทุกวัย — สรรพคุณเห็ดหลินจือ

ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ

สรรพคุณเห็ดหลินจือ ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ

1. สรรพคุณของเห็ดหลินจือ บำรุงร่างกาย ทุกส่วน ผิวพรรณ ผิวให้สดใส มีน้ำมีนวล ตลอดจนอวัยวะภายใน
2. บำรุง และดูแลสายตา
3. ชะลอวัย
4. ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง
5. กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น
6. การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
7. ความจำดีขึ้น
8. ผ่อนคลายระบบประสาท
9. นอนหลับง่ายขึ้น
10. ทุกประสาทสัมผัสดีขึ้น
11. ต้านมะเร็งโดย กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาว
12. แก้พิษจากรังสี คีโม
13. ลดความดันโลหิต
14. ปรับสมดุลโลหิต
15. ลดความเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
16. ลดความเสี่ยงเส้นเลือดในสมอง และหัวใจอุดตัน ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต
17. ลดไขมันในเลือด
18. บรรเทาอาการโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
19. ควบคุมอาการเบาหวาน
20. โรคภูมิแพ้ หอบหืด
21. โรคประสาท
22. บำรุงตับ ใครที่กลัวตับแข็งควรทานเป็นประจำ
23. รักษาโรคไตเรื้อรัง
24. โรคลมบ้าหมู
25. แผลในกระเพาะอาหาร และลำไส้
26. ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร
27. แก้ปวดเมื่อย รักษาโรคเกาต์
28. สลายใยแผลเป็น ทำให้ใยแผลเป็นนิ่มลง
29. ยับยั้งเชื้อไวรัส
30. รักษาโรคลูปัส อีริทีมาโตซัสทั่วร่าง
31. แก้อาการหูอื้อ
32. รักษา ถุงลมโป่งพอง เส้นเลือดหัวใจตีบ หัวใจล้มเหลว
33. แก้ปวดประจำเดือน
34. แก้ภาวะมีบุตรยาก
35. ป้องกันการเสื่อมสรรถภาพทางเพศ
36. เป็นสเตียรอยด์ธรรมชาติ ไม่มีผลข้างเคียงเหมือนสเตียรอยด์สังเคราะห์

เห็ดหลินจือ

ข้อแนะนำเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ เหมาะกับ ผู้ป่วย และผู้สูงอายุอย่างมาก เพราะว่าสามารถช่วยบำรุงร่างกายได้ทุกอย่าง

เห็ดหลินจือแบบยาต้มโบราณ เห็ดหลินจือแห้งมาต้ม และเคี่ยว แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยนิยมแล้ว เพราะว่าเสียเวลา และมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และต้องใช้การต้มที่มีความชำนาญพอสมควร

เห็ดหลินจือบด บรรจุในแคปซูล แต่ก็มีข้อเสียเพราะว่าถ้าไม่ได้มาตรที่ดีจะมีเชื้อราปนเปื้อน และร่างกายดูดซึมเพื่อนำสารอาหารไปใช้งานได้ยาก

เห็ดหลินจือสกัด ถือว่านิยมมากที่สุด โดการสกัดสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วนำไปบรรจุในแคปซูล สารสกัดจะเข้มข้น และมีสรรพคุณที่ดีกว่า ดูดซึมได้ง่าย โดยมี เห็ดหลินจือโครงการหลวง ที่ผลิตออกมาจำหน่าย มีมาตรฐานการรับรอง และความปลอดภัย

ทานเมื่อท้องว่างในตอนเช้าจะได้ผลดีที่สุด แต่มีข้อควรระวัง ผู้ที่ต้องกินยากดภูมิต้านทาน หรือเป็นโรค SLE หรือว่าเคยทำการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ ไม่ควรรับประทาน

ผลข้างเคียงมีเพียงเล็กน้อยสำหรับผู้ที่เริ่มทานใหม่ โดยจะมีอากร เวียนหัว ง่วง อาเจียน ปัสสาวะบ่อย หรือคันตามผิวหนัง ซึ่งเป็นอาการปกติของการปรับสภาพในร่างกายเมื่อได้รับยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์แรง จากที่ร่างกายไม่เคยรับมาก่อน เพราะตัวยาจะขับสารพิษต่างๆ ออกมาเพื่อล้างอวัยวะภายในทั้งระบบ ซึ่งไม่ต้องห่วงอะไร เพราะอาการจะปรากฏเพียงแค่ 2 – 7 วันเท่านั้น แต่หากยังมีอาการอย่างต่อเนื่อง และรุนแรงควรปรึกษาแพทย์