วิธีแก้ ปวดหัวข้างเดียว ซ้าย และ ขวา ที่คุณควรรู้

วิธีแก้ ปวดหัวข้างเดียว ซ้ายและขวาที่คุณควรรู้ ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนก็มักจะได้ยินเสียงบ่นจากคนรอบตัวถึงปัญหาความเครียด และความเหนื่อยล้าที่แต่ละคนต้องประสบพบเจอรุมเร้าในแต่ละวัน จึงทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาการปวดหัวโดยเฉพาะอาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรน!!! ปวดหัวข้างเดียว

เชื่อว่าหลายท่านอาจคาดไม่ถึงว่านอกจากความเครียดแล้ว อาหารการกินที่เรารับประทานเข้าไปก็มีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการปวดหัวได้ ฉะนั้นคนที่ปวดหัวเรื้อรังบ่อยๆจึงต้องหมั่นสังเกตตัวเองก่อนว่า มีอาหารชนิดไหนบ้างที่รับประทานเข้าไปแล้วรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา ถ้าสังเกตได้แล้วก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นเสีย อาการปวดหัวอาจจะค่อยทุเลาลงและค่อยๆหายไปในที่สุด

สาเหตุของอาการปวดหัวข้างเดียว : จะเกิดจากการบีบตัว และคลายตัวของหลอดเลือดในสมองที่มีมากกว่าปกติ จึงทำให้มีปฎิกิริยาเกิดอาการปวดศีรษะขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลัน และรุนแรง บางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนปะปนผสมอยู่ด้วย หรือเกิดอาการตาพร่ามัวเห็นแสงระยิบระยับ ซึ่งจะพบมากในช่วงอายุ 10-30 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย


ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวข้างเดียว :


ปวดหัวข้างเดียว ซ้าย

1. สาเหตุปวดหัวข้างเดียวเกิดขึ้นมาจากภายในร่างกาย อาทิ ความเครียด พันธุกรรม ซึ่งหากเป็นปัจจัยเหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้อย่างแน่นอน นอกเสียจากกินยาควบคุมเอาไว้ตลอด


ปวดหัวข้างเดียว ขวา

2. สาเหตุที่ปวดหัวข้างเดียวที่เกิดขึ้นมาจากภายนอกร่างกาย เราสามารถที่จะหาทางป้องกันได้เพราะปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรคขึ้นจะเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การอดนอนบ่อยๆ หรือการทำงานหนักเกินไป

ซึ่งสาเหตุพวกนี้ส่งผลต่อร่างกายทำให้ขาดการพักผ่อนจนมาสู่ความเครียดสะสม หรือการดื่มเครื่องดื่มเช่น เหล้า กาแฟ ในอาหารบางชนิดก็เป็นอีกปัจจัยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเคมีในสมอง

เข้าไปกระตุ้นเส้นเลือดในสมอง เมื่อเส้นเลือดเกิดการหดตัว และขยายตัว จึงทำให้มีอาการปวดหัวตามมาซึ่งอาหารที่ว่าได้แก่ เบียร์ ไวน์ กล้วยหอม ช็อกโกแลต หรือเนยแข็ง เป็นต้น


– ลักษณะอาการของการปวดหัวข้างเดียว คือ


ปวดหัวข้างเดียว เพราะอะไร

1. ปวดศีรษะครึ่งซีก หรืออาการปวดหัวข้างเดียว คือ อาการปวดที่ตรงบริเวณขมับหรือท้ายทอยอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเกิดขึ้นได้สองข้างพร้อมกัน หรือจะปวดศีรษะสลับข้างกันก็ได้

2. อาการปวดศีรษะมักเกิดขึ้นอย่างรุนแรง และส่วนใหญ่จะคลื่นไส้อาเจียนร่วมกับการปวดหัวด้วยเสมอ โดยจะเกิดอาการได้ในขณะที่ก่อนปวดศีรษะหรือหลังปวดศีรษะเช่นกัน

3. อาการเตือนจะเริ่มจากอาการทางสายตา โดยอาการที่นำมาก่อน คือจะปวดศีรษะประมาณ 10-20 นาที หลังจากนั้นจะเห็นแสงไฟระยิบระยับเป็นเส้นๆหรือแสงจ้าสะท้อนมองเห็นภาพบิดเบี้ยวก่อนที่อาการจะเริ่มเป็นหนักขึ้น

4. เวลาที่รู้สึกปวดศีรษะส่วนมากมักจะเริ่มปวดตุ๊บๆ แต่ละครั้งจะกินเวลานานเกิน 20 นาที ซึ่งในบางคนอาจมีอาการปวดตื้อๆหรืออาจเกิดสลับกับปวดตุ๊บๆภายในสมองด้วยก็ได้


10 วิธีแก้ไขอาการปวดหัวข้างเดียว


การแก้ปวดหัวข้างเดียว

1. อย่างแรกคือควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน

2. งดเครื่องดื่มมึนเมามากเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ปวดไมเกรนมากขึ้น แต่หากเป็นอาการปวดศีรษะแบบตึงเครียดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถบรรเทาได้อีกด้วย

3. ควรหลีกเลี่ยงตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป เพราะบางครั้งอาจต้องทำให้งดมื้ออาหารในบางมื้อ การฝึกรับประทานอาหารให้ตรงต่อเวลา เพื่อยับยั้งอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ง่ายขึ้น

4. การเกิดอาการตื่นเต้นมากๆก็สามารถทำให้ปวดหัวข้างเดียวได้

5. ไม่โหมเล่นกีฬาอย่างบ้าคลั่งจนเหนื่อยอ่อน แต่ควรเล่นกีฬาแบบเบาๆหรือเล่นพอกำลังตนเองเน้นเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายดีที่สุด

6. งดการจ้องมองแสงที่มีความสว่างจ้ามากๆ อาทิ แสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ในช่วงเวลากลางวัน แสงที่กะพริบรัวๆ จากไฟนีออนที่เริ่มเสีย หรือแสงระยิบระยับในผับ เป็นต้น

7. งดการส่งเสียงดังมากๆ เพราะอาจจะกระเทือนเส้นเลือดบนสมอง

8. ไม่ควรเข้าใกล้กลิ่นรุนแรงบางอย่าง เช่น กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ, กลิ่นท่อไอเสียรถยนต์, กลิ่นบุหรี่, กลิ่นสารเคมีรุนแรงบางชนิด หรือแม้กระทั่งกลิ่นของอาหารที่ฉุนจัดจนเกินไป

9. หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่อากาศร้อนจัดเกินไป หรือเย็นจัดจนเกินไป เพราะร่างกายไม่สามารถปรับสภาพได้ทั้ง สุดท้ายส่งผลต่ออาการปวดศีรษะ

10. เมื่อเริ่มเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน ให้นอนพักผ่อนในห้องที่เงียบสงบ ไร้เสียงรบกวน พร้อมกับรับประทานยาแก้ปวดธรรมดา หรือถ้ามียานอนหลับก็รับประทานยานอนหลับแทน แต่ถ้าเมื่อลองกดเส้นเลือดที่เต้นตุ๊บๆบนขมับข้างที่ปวดศีรษะ ก็จะสามารถช่วยลด
อาการปวดศีรษะะลงได้ หรืออาจจะลองใช้น้ำแข็งประคบดูก็ได้

หากลองทำวิธีแก้ปวดหัวข้างเดียวเหล่านี้อาจจะยังไม่เห็นผลเท่าไหร่ ลองเปลี่ยนมาใช้ “น้ำ” ด้วยการใช้กระเป๋าน้ำร้อน หรือใส่น้ำอุ่นๆลงขวดไม่ควรให้ร้อนจัดจนเกินไป นำไปประคบลงบนท้ายทอย แล้วใช้ผ้าเย็นประคบลงไปบนหน้าผาก ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้อาการปวดทุเลาลงได้ ส่วนใครที่ปวดหัวแบบตื้อๆมึนๆให้ลองแช่เท้าลงในน้ำอุ่นประมาณครึ่งชั่วโมง อาการปวดก็สามารถบรรเทาลงได้เหมือนกัน เพราะบริเวณเท้าเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทต่างๆของร่างกายรวมทั้งเส้นประสาทที่บริเวณศีรษะด้วยเช่นกัน